จากผลการสำรวจกลุ่มตัวอย่าง จำนวน ๒,๔๐๐ คน (ที่เป็นลูก) โดยแบ่งเป็นกลุ่มอายุ ๖-๑๒ ปี ๑๓-๑๘ ปี ๑๙-๒๒ ปี ๒๓-๓๐ ปี ๓๑-๔๐ ปี และ ๔๐ ปี ขึ้นไป ได้ข้อสรุปดังนี้ ๑๒ วิธี(ที่ลูกเลือก)ในการบอกรักแม่ ๑. พาแม่ไปรับประทานอาหารนอกบ้าน มีผู้ที่เลือกมากที่สุด ร้อยละ ๒๖.๔๒ โดยกลุ่มอายุที่เลือกมากที่สุดคือ ผู้ที่มีอายุ ๔๐ ปีขึ้นไป
๒. การกอดและหอมแก้มแม่ (วิธีนี้ไม่ต้องลงทุน แต่ได้ใจและกระชับความสัมพันธ์แม่-ลูกได้มากทีเดียว) มีผู้ที่เลือกร้อยละ ๑๖.๐๐ กลุ่มอายุที่เลือกมากที่สุดคือ ๑๓-๑๘ ปี
๓. การมอบดอกมะลิ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์วันแม่ให้กับแม่ ร้อยละ ๑๓.๓๓ กลุ่มอายุที่เลือกมากที่สุดคือ ๖-๑๒ ปี ๔. พาแม่ไปไหว้พระทำบุญ ร้อยละ ๘.๙๒ กลุ่มอายุที่เลือกมากที่สุดคือ ๓๑-๔๐ ปี ๕. ให้ของขวัญแม่ ร้อยละ ๗.๔๒ กลุ่มอายุที่เลือกมากที่สุดคือ ๑๙-๒๒ ปี ๖. พาแม่ไปตรวจสุขภาพประจำปี(อันนี้น่าสนใจ) มีร้อยละ ๗.๐๐ กลุ่มอายุที่เลือกมากที่สุดคือ ๓๑-๔๐ ปี
๗. ให้บัตรอวยพร ร้อยละ ๕.๕๘ กลุ่มอายุที่เลือกมากที่สุดคือ ๖-๑๒ ปี ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นบัตรอวยพรที่เด็กๆทำมากจากโรงเรียน
๘. ให้เงินพิเศษ ร้อยละ ๕.๒๕ กลุ่มอายุที่เลือกมากที่สุดคือ อายุ ๔๐ ปีขึ้นไป ซึ่งอาจเป็นช่วงของอายุที่มีความมั่นคงในหน้าที่การงาน
๙. ชวนแม่เข้าครัวทำอาหารทานกันเอง มีผู้ที่เลือกร้อยละ ๔.๖๗ โดยกลุ่มอายุที่เลือกมากที่สุดคือ ๒๓-๓๐ ปี ซึ่งอยู่ในวัยกำลังสร้างครอบครัว และมีลูกเล็กจึงอาจไม่สะดวกที่จะทานอาหารนอกบ้านรวมทั้งอาจเกิดจากการแพร่ระบาดของไข้หวัด ๒๐๐๙ วิธีชวนคุณแม่เข้าครัวจึงถูกเลือกในกลุ่มนี้
๑๐.การอวยพรหรือบอกรักแม่ผ่านทางกระดาษบันทึกข้อความ(กระดาษโน้ต) /จดหมาย มีผู้เลือกร้อยละ ๒.๐๐ โดยกลุ่มอายุที่เลือกมากที่สุดคือ อายุ ๑๓-๑๘ ปี ซึ่งเป็นช่วงวัยรุ่น จึงไม่ค่อยกล้าแสดงออกตรงๆ ๑๑.การอวยพรหรือบอกรักแม่ผ่านทาง E-mail หรือโทรศัพท์ ร้อยละ ๑.๘๓โดยกลุ่มอายุที่เลือกมากที่สุดคือ อายุ ๑๓-๑๘ ปี ซึ่งนิยมชมชอบการใช้เทคโนโลยีและเครื่องมือสื่อสาร
๑๒.การบอกรักหรือให้คำมั่นสัญญาด้วยคำพูดต่อหน้า มีเลือกเพียงร้อยละ ๑.๕๘ โดยกลุ่มอายุที่เลือกมากที่สุดคือ ๑๓-๑๘ ปี เด็กในวัยนี้จะติดเพื่อน ดังนั้นจึงใช้วิธีนี้เพื่อสร้างความมั่นใจต่อแม่ ส่วนผลการสำรวจกลุ่มตัวอย่างของคนในกทม.และปริมณฑล จำนวน ๑,๕๐๐ คน (ที่เป็นคุณแม่) โดยแบ่งเป็นกลุ่มอายุ ๒๓-๓๐ ปี ๓๑-๔๐ ปี ๔๐-๕๐ ปี ๕๑-๖๐ ปี และ ๖๐ ปีขึ้นไป ได้ข้อสรุปดังนี้
๑๒ วิธี(ที่แม่อยากให้ลูกเลือก)ในการบอกรักแม่
๑. พาแม่ไปรับประทานอาหารนอกบ้าน มีผู้เลือกถึงร้อยละ ๔๒.๔๐ ซึ่งมากที่สุดเช่นเดียวกับกลุ่มของผู้ที่เป็นลูก โดยกลุ่มอายุของผู้เป็นแม่ที่เลือกมากที่สุดคือ อายุ ๔๑-๕๐ ปี แสดงว่าคุณแม่วัยนี้นิยมรับประทานอาหารนอกบ้าน ๒. พาแม่ไปไหว้พระทำบุญ เป็นวิธีที่มีผู้เลือกร้อยละ ๑๘.๘๐ กลุ่มอายุที่เลือกมากที่สุดคือ ๖๐ ปีขึ้นไป ซึ่งค่อนข้างแน่นอนอยู่แล้ว ๓. การกอดและหอมแก้มแม่ ร้อยละ ๑๐.๑๓ กลุ่มอายุที่เลือกมากที่สุดคือ อายุ ๒๓-๓๐ ปี ซึ่งอยู่ในวัยที่กำลังมีลูกเล็กจึงอาจเป็นเหตุชอบที่จะใช้วิธีนี้ ๔. พาแม่ไปตรวจสุขภาพประจำปี (ไม่ใช่เพราะเจ็บป่วย) มีผู้เลือกร้อยละ ๙.๗๓ กลุ่มอายุที่เลือกมากที่สุดคือ ๕๑-๖๐ ปี อาจเนื่องจากสุขภาพที่เริ่มถดถอย และเริ่มดูแลตนเองมากขึ้น ๕. ชวนแม่เข้าครัวทำอาหารทานกันเอง ร้อยละ ๖.๕๓ โดยกลุ่มอายุที่เลือกมากที่สุดคือ อายุ ๓๑-๔๐ ปี วัยนี้เรียกวัยคุณแม่บ้านเต็มตัว ๖. การมอบดอกมะลิ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์วันแม่ มีร้อยละ ๓.๐๗ ปรากฏว่าเลือกเท่ากันทั้ง ๓ กลุ่มอายุ คือกลุ่มอายุ ๒๓-๓๐ ปี ๓๑-๔๐ ปี ๔๐-๕๐ ปี และ๕๑-๖๐ ปี ๗.การอวยพรหรือบอกรักแม่ผ่านทาง E-mail หรือโทรศัพท์ มีร้อยละ ๒.๑๓ กลุ่มอายุที่เลือกมากที่สุดคือ ๓๑-๔๐ ปี อาจเนื่องจากคุณแม่อยู่ในวัยที่กำลังสร้างงานสร้างรายได้ และใช้เทคโนโลยีอยู่ตลอดเวลา ๘. ให้ของขวัญแม่ ร้อยละ ๒.๐๐ กลุ่มอายุที่เลือกมากที่สุดคือ อายุ ๔๑-๕๐ ปี ๙.การบอกรักหรือให้คำมั่นสัญญาด้วยคำพูดต่อหน้า ร้อยละ ๑.๗๓ กลุ่มอายุที่เลือกมากที่สุดคือ อายุ ๒๓-๓๐ ปี ๑๐.ให้เงินพิเศษ ร้อยละ ๑.๖๐ กลุ่มอายุที่เลือกมากที่สุดคือ ๖๐ ปีขึ้นไป เรียกวัยเกษียณอายุ ๑๑.การอวยพรหรือบอกรักแม่ผ่านทางกระดาษบันทึกข้อความ / จดหมาย ร้อยละ ๑.๖๐เท่ากับข้อ ๑๐ โดยกลุ่มอายุที่เลือกมากที่สุดคือ อายุ ๓/-๔๐ ปี ๑๒. ให้บัตรอวยพร ร้อยละ ๐.๒๗ กลุ่มอายุที่เลือกมากที่สุดคือ อายุ ๕๑-๖๐ ปี เพราะสามารถนำกลับมาอ่านได้ไม่รู้เบื่อ
.jpg)
ศูนย์ประชาสัมพันธ์วัฒนธรรม สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ(สวช.) กระทรวงวัฒนธรรม |